May 20, 2026

สกรีน DTG คือ ? เจาะลึกข้อดีข้อเสีย ก่อนตัดสินใจผลิตเสื้อ ปี 2026

By Screencity@Admin

หลังจากที่รู้จักว่า สกรีน DFT กันไปแล้ว บทความนี้จะพาทุกคนมารู้จัก สกรีน DTG คือ ? อีกหนึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมสูงมากในวงการเสื้อพรีเมียม และเสื้อวินเทจโดยเฉพาะงานที่ต้องการคุณภาพภาพระดับสูง หรืองาน Portrait ที่รายละเอียดต้องคมชัดทุกจุด

ก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ DTG หรือ DFT มาเข้าใจให้ครบกันก่อนดีกว่า เพราะสองเทคนิคนี้ตอบโจทย์คนละกลุ่มงานเลยค่ะ

1. สกรีน DTG คืออะไร ?

สกรีน DTG คือ ? รูปภาพประกอบ
อธิบายเทคนิคการทำ DTG พร้อมรูปเครื่อง หรือผลงานจริงแนบ

DTG ย่อมาจาก Direct to Garment หรือการพิมพ์ลงผ้าโดยตรง ไม่ผ่านฟิล์มหรือตัวกลางใดๆ เครื่องจะฉีดหมึก Pigment ลงบนเส้นใยผ้าโดยตรงคล้ายเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท แต่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสิ่งทอ

ผลลัพธ์ที่ได้คือหมึกซึมเข้าในเส้นใยผ้า ทำให้ผิวสัมผัสนุ่มและเป็นธรรมชาติมากใส่สบาย ไม่รู้สึกว่ามีอะไรเคลือบอยู่บนผ้า และทนมาก

2. กระบวนการสกรีน DTG ทำงานอย่างไร ?

สกรีน DTG คือ ? รูปภาพประกอบ
ใส่รูปภาพอธิบายขั้นตอนทีละขั้นตอน พร้อมข้อความประกอบแบบสั้นๆ เน้นใช้รูปจริงเป็นหลัก(ถ้าทำได้)

ขั้นที่ 1 — เตรียมผ้า (Pre-treat)

ขั้นตอนนี้สำคัญมาก และเป็นจุดที่แตกต่างจากการสกรีนแบบ DFT ชัดเจนที่สุด ต้องฉีดน้ำยา Pre-treatment ลงบนผ้าก่อนพิมพ์ เพื่อให้หมึกยึดติดได้ดี และสีสันออกมาสดใส โดยเฉพาะผ้าสีเข้มที่ต้องการพื้นรองรับหมึก

ขั้นที่ 2 — วางเสื้อบนแท่นพิมพ์

นำเสื้อวางบนแท่นรองผ้า (Platen) ที่แบนราบ จัดตำแหน่งให้ตรงตามแบบ ขั้นตอนนี้ต้องพิถีพิถัน เพื่อให้ลายออกมาตรงตำแหน่งที่ต้องการเป๊ะๆ ซึ่งขั้นตอนนี้ ถาดของตัวพิมพ์ ต้องเปลี่ยนตามไซส์เสื้อ เช่น เสื้อตัวเล็ก ก็ต้องใช้ถาดเล็ก แต่ไม่มีผลต่อราคา

ขั้นที่ 3 — พิมพ์ลงผ้าโดยตรง

เครื่องพิมพ์ฉีดหมึกลงผ้าโดยตรงตามไฟล์งาน หากเป็นผ้าสีเข้มจะพิมพ์หมึกขาวเป็นพื้นรองก่อนหนึ่งชั้น แล้วค่อยพิมพ์สีทับ นี่คือเหตุผลที่งานผ้าสีเข้มมักจะมีราคาสูงกว่าผ้าสีอ่อน

ขั้นที่ 4 — อบความร้อน (Heat Curing)

หลังพิมพ์เสร็จ นำเสื้อผ่านความร้อนเพื่อให้หมึกแห้งสนิท และยึดติดกับเส้นใยผ้าอย่างถาวร หากขั้นตอนนี้ทำไม่ถูกต้อง ลายจะซีดหรือลอกได้ง่ายค่ะ

3. ข้อดีของ DTG มีอะไรบ้าง คุ้มค่าไหม ?

สกรีน DTG คือ ? รูปภาพประกอบ
ทำเป็น 4 ขั้นตอนอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนแบบง่ายๆ
  • ผิวสัมผัสนุ่ม ใส่สบาย
    เป็นจุดเด่นที่ใหญ่ที่สุดของ DTG เพราะหมึกซึมลงในเส้นใยผ้าโดยตรง ไม่มีชั้นฟิล์มบนหน้าผ้าแบบ DFT จึงให้ผิวสัมผัสที่นุ่ม และระบายอากาศได้ดีกว่า
  • รายละเอียดภาพคมชัดสูง
    สำหรับงานภาพถ่าย Portrait หรือลายที่มีการไล่เฉดสีละเอียด DTG ทำออกมาได้สมูทและเนียนที่สุดในบรรดาเทคนิคการสกรีนทั้งหมด หรือลายฟุ้งๆ เหมาะมากกับเทคนิคนี้
  • ไม่จำกัดจำนวนสี
    พิมพ์งานหลายร้อยสีได้ในครั้งเดียว โดยไม่ต้องทำบล็อกแยกสี ต้นทุนจึงไม่บวกเพิ่มตามจำนวนสีเหมือน Silk Screen
  • ไม่มีขั้นต่ำ
    ผลิตเพียงตัวเดียวก็ได้ เหมาะกับงาน Print on Demand หรืองานสั่งทำชิ้นเดียว เช่น เสื้อคู่หรือเสื้อของขวัญ

4. ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจเลือก สกรีน DTG คือ…

สกรีน DTG คือ ? รูปภาพประกอบ
ทำเป็น 4 ขั้นตอนอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนแบบง่ายๆ
  • ใช้ได้ดีเฉพาะ Cotton 100%
    นี่คือข้อจำกัดที่ใหญ่ที่สุดของ DTG เพราะผ้า Polyester หรือผ้าสังเคราะห์ หมึกจะยึดติดไม่ดี หากแบรนด์ต้องการสกรีนลงผ้าหลายชนิด DTG อาจไม่ใช่คำตอบ
  • ผ้าสีเข้มราคาสูงกว่า
    เนื่องจากต้องพิมพ์หมึกขาวรองพื้นก่อนหนึ่งชั้น และใช้น้ำยา Pre-treat  มากขึ้น ต้นทุนงานผ้าสีเข้มจึงสูงกว่างานผ้าสีอ่อนชัดเจน
  • ผลิตช้ากว่า DFT
    เพราะต้องพิมพ์ทีละตัวโดยตรง ไม่สามารถผลิตฟิล์มสต็อกไว้ล่วงหน้าแบบ DFT ได้ งานปริมาณมากจึงใช้เวลานานกว่า
  • ต้องดูแลรักษาถูกวิธี
    หากซักผิดวิธี เช่น ใช้น้ำร้อนหรือรีดทับลายโดยตรง ลายจะซีดเร็วกว่า DFT

5. DTG เหมาะกับงานแบบไหน ?

สกรีน DFT คือ ? รูปภาพประกอบ
ทำเป็น INFO รูปผลงานที่เกี่ยวกับหัวข้อ ผลงานจริงได้จะดีมากครับ
  • งานภาพถ่ายและ Portrait
    สำหรับลายที่มีรายละเอียดสูง ไล่เฉดสีนุ่มนวล หรือต้องการความสมจริงระดับภาพถ่าย DTG ทำได้ดีที่สุด
  • แบรนด์เสื้อ Cotton พรีเมียม
    ที่ต้องการให้ลายสกรีนกลืนไปกับเนื้อผ้า ไม่รู้สึกถึงชั้นฟิล์ม ใส่สบายตลอดวัน
  • Print on Demand และงานชิ้นเดียว
    เช่น เสื้อคู่ เสื้อของขวัญ หรืองานที่ลูกค้าส่งรูปมาทำตัวเดียว DTG ตอบโจทย์ได้ดีมาก
  • ทดสอบตลาดก่อนผลิตจริง
    สำหรับแบรนด์ใหม่ที่ต้องการดู Prototype ก่อนสั่งผลิตจำนวนมาก DTG ช่วยลดความเสี่ยงได้ดีค่ะ

6. Q&A คำถามที่ลูกค้าถามบ่อย

สกรีน DFT คือ ? รูปภาพประกอบ
**FAQ Reuse Design รูปจาก DFT ได้เลย เปลี่ยนข้อมูล**

Q1: DTG ต่างจาก DFT ยังไง ?
A:
DTG พิมพ์ลงผ้าโดยตรง หมึกซึมในเส้นใย ผิวนุ่ม แต่เน้นใช้กับ Cotton เป็นหลัก ส่วน DFT พิมพ์ลงฟิล์มก่อนแล้วรีดร้อน ใช้ได้กับผ้าทุกชนิด แต่จะมีชั้นฟิล์มบางๆ บนหน้าผ้า

Q2: ทำไมงานผ้าสีเข้มแพงกว่า ?
A:
เพราะต้องพิมพ์หมึกขาวรองพื้นก่อนหนึ่งชั้น และใช้น้ำยา Pre-treatment มากขึ้น จึงใช้หมึกและเวลามากกว่างานผ้าสีอ่อน

Q3: ดูแลรักษายังไงให้ลายอยู่นาน ?
A:
กลับด้านเสื้อก่อนซัก ใส่ถุงซักผ้า ซักด้วยน้ำเย็น หลีกเลี่ยงการรีดทับลายโดยตรง และไม่ควรอบในเครื่องอบผ้าอุณหภูมิสูง

Q4: DTG สกรีนลงเสื้อกีฬาผ้าไมโครได้ไหม ?
A:
ไม่แนะนำค่ะ เพราะผ้าไมโครมีส่วนผสมของ Polyester ทำให้หมึก DTG ยึดติดได้ไม่ดี กรณีนี้ควรใช้ DFT จะเหมาะสมกว่า

Q5: ลายจะหลุดลอกไหม ?
A:
หากผ่านขั้นตอน Heat Curing ที่ถูกต้องและดูแลรักษาตามคำแนะนำ ลายจะทนทาน แต่หากซักน้ำร้อนหรือรีดทับลายบ่อย อายุการใช้งานจะสั้นลง

7. สรุป DTG เหมาะกับคุณไหม ? เรามีคำตอบ

การสกรีนแบบ DTG เกิดมาเพื่องานคุณภาพสูงบน Cotton โดยเฉพาะ หากแบรนด์ของคุณเน้นภาพละเอียด ผิวสัมผัสนุ่ม และใช้ผ้า Cotton 100% เป็นหลัก DTG คือคำตอบที่ใช่

แต่ถ้าต้องการความยืดหยุ่นด้านวัสดุผ้า หรือต้องผลิตหลายชนิดผ้าในออเดอร์เดียว เทคนิคการสกรีนแบบ DFT จะตอบโจทย์มากกว่า

Screen City รับสกรีนทั้ง DTG และ DFT ครบในที่เดียว ช่วยแนะนำเทคนิคที่เหมาะกับงานของคุณ

สอบถามข้อมูลหรือติดต่อเราได้ที่